“เข้าเมืองตามหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” สุภาษิตไทยที่ใช้ดีในยุคการค้าไร้พรมแดนเช่นในปัจจุบัน ยิ่งในภูมิภาคที่มีความแตกต่างด้านศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมอย่างประเทศในตะวันออกกลาง “มารยาททางธุรกิจ” กลายเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่นักธุรกิจไทย ควรศึกษาและทำความเข้าใจขนบธรรมเนียมแตกต่างจากไทย เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

MENA Life มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก ส่วนจะมีอะไรบ้าง ลองติดตามกันดูได้เลยครับ

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง First Impression  หรือ ความประทับใจแรกพบ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเจรจาธุรกิจ เริ่มจากการแต่งกายอย่างสุภาพ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในตะวันออกกลาง ผู้ชายและผู้หญิงควรแต่งกายให้มิดชิด ปิดไหล่ แขน ขา ปิดนิ้วเท้าเพื่อป้องกันความรู้สึกต่อต้านจากชาวท้องถิ่น ทุกคนควรถอดรองเท้าและผู้หญิงควรคลุมผมเมื่อต้องเข้าสถานที่ทางศาสนา

สิ่งต่อมาที่เราควรตระหนักคือ ตำแหน่งนำหน้าชื่อ เพราะเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนในสังคมอาหรับ เวลากล่าวชื่อใคร ต้องแน่ใจว่าใช้คำได้ถูกต้อง อย่างถ้าเป็นคนที่เป็นหัวหน้า เราจะใช้คำนำหน้าว่า เชค(Sheikh) หรือ เชคเคาะ (Sheikha)ในกรณีที่เป็นผู้หญิง ถ้าคนทั่วไป เราจะใช้คำนำหน้าว่า ซัยยิด(Sayed) เหมือนคำว่า Mr. หรือ ซัยยิดดะ(Sayeda) นำหน้าผู้หญิง    โดยการเรียกชื่อชาวอาหรับนั้น โดยปกติจะเรียกชื่อแรกก่อน เช่น มูฮำหมัด อาลี ต้องเรียกว่า ซัยยิด มูฮำหมัด

เมื่อรู้ว่า จะเรียกขานอย่างไรแล้ว คราวนี้ ลองมาดูเรื่องอื่นๆ กันบ้าง ในกรณีที่มีโอกาสเข้าไปในห้องประชุม ที่มีชาวอาหรับหลายคน เราควรกล่าวทักทายผู้อาวุโสที่สุดในห้องก่อนเป็นคนแรก เพราะธรรมชาติชาวอาหรับจะให้ความเคารพผู้อาวุโส และแสดงออกในหลายๆสถานการณ์ เช่น ลุกยืนขึ้นเมื่อผู้อาวุโสเดินเข้ามาในห้อง ทักทายผู้อาวุโสเป็นลำดับแรก ให้บริการผู้อาวุโสเป็นลำดับแรก ลุกขึ้นยืนเมื่อต้องพูดกับผู้อาวุโส

นักธุรกิจอาหรับ มีวัฒนธรรมการจับมือแสดงการทักทายในการติดต่องาน เหมือนคนในโลกตะวันตก เพียงแต่ บางครั้งอาจจับมือกันเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อเราแสดงการทักทายโดยการจับมือแล้ว ควรรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้ถอนมือออกก่อน ในกรณีทักทายกับนักธุรกิจต่างเพศ เมื่อต้องทักทายคู่สนทนาที่เป็นสุภาพสตรี ควรรอให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ยื่นมือมาก่อน เพราะตามหลักการศาสนาแล้ว สุภาพสตรีมุสลิมจะไม่จับมือกับสุภาพบุรุษ และที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการจ้องหรือสบสายตาเป็นเวลานานกับสุภาพสตรีชาวมุสลิม

ส่วนในกรณีที่เป็นสุภาพสตรี เพื่อเป็นการแสดงความเคารพตามหลักศาสนา ควรรอสัญญาณการยื่นมือจากสุภาพบุรุษชาวมุสลิม จำไว้ว่า ไม่ว่าจะจับมือทักทาย รับประทานอาหารหรือส่งของให้กัน จะต้องใช้มือขวา เพราะสำหรับชาวมุสลิมนั้น มือซ้ายเป็นมือที่ไว้ทำความสะอาดร่างกาย จึงถือว่า ไม่สะอาด

การพบปะกันในครั้งแรก จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น คุณควรเปิดการสนทนาและพยายามทำความรู้จักผู้ที่คุณกำลังจะทำธุรกิจด้วยให้มากที่สุด หัวข้อสนทนา ควรไต่ถามถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ในครอบครัว เช่น มีลูกกี่คน แต่ไม่ควรถามว่ามีภรรยากี่คน  ลูกเรียนชั้นอะไร ให้ความสนใจกับครอบครัวผู้สนทนาเพื่อเป็นใบเบิกทางในการสร้างความไว้ใจและความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกัน แต่ไม่ควรเจาะจงสมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้หญิงเพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวมากของชาวอาหรับ  พึงระลึกไว้เสมอว่า ในตะวันออกกลาง การทำธุรกิจจะเกี่ยวข้องกับความสนิทสนมส่วนตัว ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเชื่อใจและการให้เกียรติเป็นอย่างมาก ดังนั้นการทำธุรกิจโดยสร้างความเป็นมิตรและการไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นสิ่งสำคัญ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ เมื่อคุณมีเพื่อน หรือคนรู้จักที่เกี่ยวข้องในธุรกิจของคุณ ธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อยสะดวกรวดเร็วขึ้น และระบบการดำเนินธุรกิจจะอยู่บนพื้นฐานของการตอบแทน การช่วยเหลือกันจะถูกจดจำตลอดไป

ระหว่างการสนทนา คนอาหรับ จะพยายามเว้นระยะห่างกับคู่สนทนา เพื่อแสดงความสุภาพและเกรงใจให้กันและกัน และทุกครั้งที่คู่สนทนาขยับเข้ามาใกล้ ชาวอาหรับจะพยายามขยับถอย เพื่อรักษาระยะห่าง

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ คนอาหรับ ติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาท่าทางและการเน้นเสียง ซึ่งคนอื่นอาจรับรู้ได้เมื่อมีอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจ และเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวอาหรับจะตอบสนองต่อความโกรธหรือเรื่องน่าหนักใจ ด้วยการยิ้มหรือหัวเราะเล็กน้อย สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ใส่ใจหรือไม่จริงจังต่อผู้พูดในสถานการณ์เหล่านั้น

 สิ่งที่ต้องรู้ในการประชุมและการเจรจาต่อรอง

  • เวลาทำงานโดยทั่วไป เริ่มวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี เพราะวันศุกร์เป็นวันละหมาดใหญ่
  • การตรงต่อเวลาไม่ใช่นิสัยแบบฉบับของชาวอาหรับท้องถิ่น และทัศนคติในเรื่องเวลาถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่เข้มงวด ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณจะต้องรอในการติดต่อธุรกิจกับชาวอาหรับ
  • ในการพบปะพูดคุยกันในห้องประชุมจะต้องจัดเตรียมกาแฟและขนมขบเคี้ยวเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ การต้อนรับขับสู้ถือเป็นเรื่องที่ชาวตะวันออกกลางใส่ใจเป็นอย่างมากและจะภาคภูมิใจมากเมื่อได้แสดงการต้อนรับอย่างสมเกียรติ การปฏิเสธเมื่อเจ้าบ้านเสนอให้ อาจทำให้ขัดเคืองใจ คุณควรรับสิ่งที่ถูกเสนอไว้และกล่าวชมไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มตามความเหมาะสม
  • เมื่อนั่งในที่ประชุม ไม่ควรนั่งเปิดพื้นรองเท้าให้ผู้อื่นเห็น ซึ่งเป็นสัญญาณของความไม่เคารพกัน ในมุมมองของชาวอาหรับการแสดงฝ่าเท้าหรือการใช้เท้าสัมผัสผู้อื่นเป็นเรื่องหยาบคาย
  • การประชุมอาจจะไม่มีระเบียบเคร่งครัด มีการรับโทรศัพท์ ตอบรับอีเมล์หรือส่งข้อความระหว่างประชุม และอาจมีคนเข้าออกห้องประชุม โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบและเริ่มสนทนาในหัวข้อของพวกเขาเอง ขอให้คุณเตรียมตัวและฝึกความอดทนเอาไว้ด้วย
  • พื้นฐานของชาวอาหรับเป็นชนชาติค้าขายและเป็นนักเจรจาต่อรองชั้นยอด การต่อรองถูกนำมาใช้ในห้องประชุม การตัดสินใจจึงเป็นไปอย่างช้าๆ และระบบพิธีการทางราชการมีส่วนทำให้งานล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณที่มา :
https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/admin_souvanee/ewt_news.php?nid=252&filename=index
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ

Photo by mentatdgt from Pexels, Photo by Edy Kurnia from Pexels

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *